ThaiGovCareer

แนวข้อสอบ แก้ไขล่าสุด August 20, 2026

แนวข้อสอบ ก.พ. กฎหมาย พร้อมเฉลย ชุดที่ 1

ดาวน์โหลดข้อสอบ PDF

รวมแนวข้อสอบ ก.พ. ภาค ก หมวดกฎหมาย ชุดที่ 1 สำหรับผู้เตรียมสอบราชการ ใช้ฝึกทำข้อสอบ อ่านเฉลย และทบทวนประเด็นกฎหมายที่ออกสอบบ่อย

แนวข้อสอบชุดนี้เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่เตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก และผู้ที่ต้องการทบทวนกฎหมายราชการพื้นฐาน เช่น ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ และมาตรฐานทางจริยธรรม

ดาวน์โหลด PDF

สามารถดาวน์โหลดไฟล์ PDF ของชุดนี้ไว้ฝึกทำแบบออฟไลน์ได้ ภายในไฟล์มีข้อสอบ 40 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบายท้ายไฟล์

ทำข้อสอบพร้อมดูเฉลย

ด้านล่างเป็นข้อสอบแบบ interactive สามารถอ่านคำถาม คิดคำตอบด้วยตนเอง แล้วกดปุ่มดูเฉลยเพื่ออ่านคำตอบและคำอธิบายสั้น ๆ ของแต่ละข้อ

คำแนะนำก่อนนำไปใช้

แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อการฝึกทบทวน ควรตรวจสอบกฎหมาย ระเบียบ และประกาศล่าสุดควบคู่กันก่อนสอบจริง เพราะเนื้อหากฎหมายอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมตามเวลา

ข้อที่ 1: พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสิ่งใด

  • ก. ยกเลิกแผนปฏิบัติราชการ
  • ข. เพิ่มขั้นตอนราชการ
  • ค. ให้การบริหารราชการเกิดประโยชน์สุขของประชาชน
  • ง. ลดการประเมินผล
คำตอบ: ค. ให้การบริหารราชการเกิดประโยชน์สุขของประชาชน

กฎหมายฉบับนี้เน้นประโยชน์สุขของประชาชน ผลสัมฤทธิ์ ประสิทธิภาพ และความโปร่งใส

ข้อที่ 2: หน่วยงานควรจัดทำแผนปฏิบัติราชการเพื่อประโยชน์ใด

  • ก. แทนการให้บริการประชาชน
  • ข. เพื่อเพิ่มขั้นตอนลงนาม
  • ค. กำหนดเป้าหมาย แนวทาง และการติดตามผลให้ชัดเจน
  • ง. เพื่อเลี่ยงการประเมินผล
คำตอบ: ค. กำหนดเป้าหมาย แนวทาง และการติดตามผลให้ชัดเจน

แผนช่วยทำให้งานมีทิศทางและประเมินผลได้

ข้อที่ 3: การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนควรทำอย่างไร

  • ก. เปลี่ยนแบบฟอร์มโดยไม่แจ้ง
  • ข. เรียกเอกสารเพิ่มโดยไม่จำเป็น
  • ค. ไม่ประกาศหลักเกณฑ์
  • ง. จัดช่องทางและข้อมูลบริการให้ชัดเจน เข้าใจง่าย
คำตอบ: ง. จัดช่องทางและข้อมูลบริการให้ชัดเจน เข้าใจง่าย

บริการที่ดีต้องทำให้ประชาชนรู้ขั้นตอน สิทธิ และระยะเวลาดำเนินการ

ข้อที่ 4: เมื่อหน่วยงานกำหนดระยะเวลาให้บริการประชาชน ควรดำเนินการอย่างไร

  • ก. เก็บไว้ใช้ภายในเท่านั้น
  • ข. เปลี่ยนทุกวันโดยไม่แจ้ง
  • ค. กำหนดโดยไม่วัดความเป็นจริง
  • ง. ประกาศให้ประชาชนทราบและปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอ
คำตอบ: ง. ประกาศให้ประชาชนทราบและปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอ

การประกาศระยะเวลาช่วยให้ประชาชนตรวจสอบและวางแผนได้

ข้อที่ 5: การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ต่างจากการทำงานเชิงเอกสารอย่างไร

  • ก. วัดเฉพาะจำนวนหนังสือออก
  • ข. ไม่ต้องมีเป้าหมาย
  • ค. เน้นผลลัพธ์ของภารกิจมากกว่าปริมาณเอกสาร
  • ง. ไม่ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์
คำตอบ: ค. เน้นผลลัพธ์ของภารกิจมากกว่าปริมาณเอกสาร

มุ่งผลสัมฤทธิ์คือวัดสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อภารกิจและประชาชน

ข้อที่ 6: ข้อใดเป็นตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีตามแนวบ้านเมืองที่ดี

  • ก. เพิ่มการเดินทางติดต่อหลายจุด
  • ข. ให้ยื่นเอกสารกระดาษเท่านั้นแม้ไม่จำเป็น
  • ค. ให้ประชาชนตรวจสอบสถานะคำขอผ่านช่องทางออนไลน์
  • ง. ปิดช่องทางสื่อสารทั้งหมด
คำตอบ: ค. ให้ประชาชนตรวจสอบสถานะคำขอผ่านช่องทางออนไลน์

เทคโนโลยีช่วยลดเวลา ค่าใช้จ่าย และเพิ่มความโปร่งใส

ข้อที่ 7: การบริหารราชการที่ดีควรมีความรับผิดชอบต่อสิ่งใด

  • ก. เฉพาะการประชุมภายใน
  • ข. เฉพาะจำนวนคำสั่งที่ออก
  • ค. ผลการดำเนินงานและผลกระทบต่อประชาชน
  • ง. เฉพาะความครบถ้วนของแฟ้ม
คำตอบ: ค. ผลการดำเนินงานและผลกระทบต่อประชาชน

ความรับผิดชอบต้องเชื่อมโยงกับผลลัพธ์และผู้รับบริการ

ข้อที่ 8: เจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบเพื่อข่มขืนใจให้บุคคลมอบทรัพย์ให้ตน มีลักษณะสำคัญใด

  • ก. เป็นการซื้อขายตามปกติ
  • ข. เป็นการให้บริการตามขั้นตอนทุกประการ
  • ค. ใช้อำนาจหน้าที่กดดันเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
  • ง. เป็นการใช้สิทธิส่วนบุคคล
คำตอบ: ค. ใช้อำนาจหน้าที่กดดันเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

ความผิดนี้เน้นการใช้อำนาจราชการไปกดดันหรือจูงใจเพื่อประโยชน์มิชอบ

ข้อที่ 9: คำว่า โดยทุจริต ในบริบทความผิดเจ้าพนักงานสื่อถึงอะไร

  • ก. ทำผิดพิมพ์เล็กน้อย
  • ข. แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • ค. เข้าใจข้อกฎหมายคลาดเคลื่อนโดยสุจริต
  • ง. ทำงานช้าโดยไม่มีผลเสีย
คำตอบ: ข. แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

เจตนาทุจริตเป็นองค์ประกอบสำคัญของความผิดหลายฐาน

ข้อที่ 10: ข้อใดช่วยป้องกันความเสี่ยงความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

  • ก. ใช้ดุลพินิจเพื่อญาติ
  • ข. รับของขวัญจากผู้ขออนุญาต
  • ค. ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย โปร่งใส และบันทึกเหตุผล
  • ง. ไม่เก็บหลักฐานการพิจารณา
คำตอบ: ค. ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย โปร่งใส และบันทึกเหตุผล

การปฏิบัติอย่างโปร่งใสและมีเหตุผลช่วยลดความเสี่ยงทุจริต

ข้อที่ 11: การรับทรัพย์สินหลังปฏิบัติหน้าที่เพื่อเป็นรางวัลจากผู้ได้รับประโยชน์ควรระวังเรื่องใด

  • ก. ไม่มีผลต่อความน่าเชื่อถือ
  • ข. อาจถูกมองว่าเป็นประโยชน์ตอบแทนการปฏิบัติหน้าที่
  • ค. เป็นสิทธิส่วนตัวเสมอ
  • ง. ไม่เกี่ยวกับจริยธรรม
คำตอบ: ข. อาจถูกมองว่าเป็นประโยชน์ตอบแทนการปฏิบัติหน้าที่

ผลประโยชน์จากผู้เกี่ยวข้องกับงานอาจก่อข้อสงสัยเรื่องสินบนหรือผลประโยชน์ทับซ้อน

ข้อที่ 12: การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต้องพิจารณาเรื่องใดประกอบ

  • ก. ชื่อแฟ้มเอกสาร
  • ข. อำนาจหน้าที่ เจตนา ความเสียหาย และประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง
  • ค. จำนวนวันหยุด
  • ง. สีปากกาที่ใช้
คำตอบ: ข. อำนาจหน้าที่ เจตนา ความเสียหาย และประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง

การวินิจฉัยความผิดต้องดูข้อเท็จจริงและองค์ประกอบกฎหมายครบถ้วน

ข้อที่ 13: เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่แน่ใจว่าของขวัญจากผู้มาติดต่อราชการรับได้หรือไม่ ควรทำอย่างไร

  • ก. รับไว้ก่อนแล้วค่อยแจ้งภายหลังเสมอ
  • ข. ปรึกษาหลักเกณฑ์และหลีกเลี่ยงการรับหากเกี่ยวข้องกับหน้าที่
  • ค. รับเฉพาะเมื่อไม่มีพยาน
  • ง. ให้ผู้มาติดต่อเก็บเป็นความลับ
คำตอบ: ข. ปรึกษาหลักเกณฑ์และหลีกเลี่ยงการรับหากเกี่ยวข้องกับหน้าที่

การหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ที่อาจเกี่ยวข้องกับงานช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและจริยธรรม

ข้อที่ 14: ถ้าเจ้าหน้าที่ทำละเมิดต่อบุคคลภายนอกในการปฏิบัติหน้าที่ ผู้เสียหายโดยหลักควรเรียกร้องจากใคร

  • ก. หน่วยงานของรัฐ
  • ข. เจ้าหน้าที่เท่านั้นทุกกรณี
  • ค. ผู้บังคับบัญชาส่วนตัว
  • ง. ศาลรัฐธรรมนูญ
คำตอบ: ก. หน่วยงานของรัฐ

หลักสำคัญคือให้หน่วยงานรับผิดกับบุคคลภายนอกก่อน เมื่อเป็นการปฏิบัติหน้าที่

ข้อที่ 15: คำว่า ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง สื่อถึงพฤติการณ์ใด

  • ก. ผิดพลาดเล็กน้อยโดยสุจริต
  • ข. ทำตามคำสั่งโดยไม่มีความเสียหาย
  • ค. เข้าใจเอกสารคลาดเคลื่อนเล็กน้อย
  • ง. ขาดความระมัดระวังอย่างมากเกินกว่าความประมาททั่วไป
คำตอบ: ง. ขาดความระมัดระวังอย่างมากเกินกว่าความประมาททั่วไป

การไล่เบี้ยต้องมีระดับความผิดที่รุนแรง เช่น จงใจหรือประมาทร้ายแรง

ข้อที่ 16: กรณีความเสียหายเกิดจากเจ้าหน้าที่หลายคน หน่วยงานควรพิจารณาอะไร

  • ก. แบ่งเท่ากันโดยไม่ดูพฤติการณ์
  • ข. ไม่ต้องสอบข้อเท็จจริง
  • ค. ให้คนตำแหน่งต่ำสุดรับผิดทั้งหมดเสมอ
  • ง. ส่วนแห่งความรับผิดและพฤติการณ์ของแต่ละคน
คำตอบ: ง. ส่วนแห่งความรับผิดและพฤติการณ์ของแต่ละคน

การไล่เบี้ยต้องพิจารณาข้อเท็จจริง ความร้ายแรง และสัดส่วนความรับผิด

ข้อที่ 17: ความรับผิดทางละเมิดต่างจากความผิดทางวินัยอย่างไร

  • ก. เป็นเรื่องเดียวกันทั้งหมด
  • ข. ละเมิดไม่มีเรื่องค่าสินไหม
  • ค. วินัยใช้เฉพาะเอกชน
  • ง. ละเมิดมุ่งเยียวยาความเสียหาย ส่วนวินัยมุ่งควบคุมความประพฤติราชการ
คำตอบ: ง. ละเมิดมุ่งเยียวยาความเสียหาย ส่วนวินัยมุ่งควบคุมความประพฤติราชการ

เหตุการณ์เดียวกันอาจมีทั้งความรับผิดละเมิด วินัย หรืออาญาได้

ข้อที่ 18: ข้อใดไม่ใช่หลักที่ถูกต้องเกี่ยวกับการไล่เบี้ย

  • ก. ต้องดูประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
  • ข. ต้องดูความจงใจ
  • ค. หน่วยงานต้องไล่เบี้ยเจ้าหน้าที่เต็มจำนวนทุกกรณี
  • ง. ต้องดูสัดส่วนความรับผิด
คำตอบ: ค. หน่วยงานต้องไล่เบี้ยเจ้าหน้าที่เต็มจำนวนทุกกรณี

การไล่เบี้ยไม่ใช่อัตโนมัติ ต้องพิจารณาเงื่อนไขและสัดส่วน

ข้อที่ 19: หน่วยงานควรทำอย่างไรเมื่อได้รับคำร้องเรียกค่าสินไหมจากการปฏิบัติหน้าที่

  • ก. ส่งให้เจ้าหน้าที่รับผิดส่วนตัวเสมอ
  • ข. ตรวจสอบข้อเท็จจริง อำนาจหน้าที่ ความเสียหาย และความสัมพันธ์เหตุผล
  • ค. จ่ายทันทีโดยไม่สอบ
  • ง. ปฏิเสธทันทีทุกกรณี
คำตอบ: ข. ตรวจสอบข้อเท็จจริง อำนาจหน้าที่ ความเสียหาย และความสัมพันธ์เหตุผล

การพิจารณาต้องเป็นระบบและอิงพยานหลักฐาน

ข้อที่ 20: ข้อใดเป็นคำแนะนำที่ดีสำหรับผู้เข้าสอบเกี่ยวกับกฎหมายละเมิดเจ้าหน้าที่

  • ก. ตอบว่าเจ้าหน้าที่รับผิดทุกกรณี
  • ข. จำเฉพาะปี พ.ศ. โดยไม่เข้าใจหลัก
  • ค. ตอบว่าหน่วยงานรับผิดทุกกรณี
  • ง. จำแนกให้ได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือเรื่องส่วนตัว และมีจงใจหรือประมาทร้ายแรงหรือไม่
คำตอบ: ง. จำแนกให้ได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือเรื่องส่วนตัว และมีจงใจหรือประมาทร้ายแรงหรือไม่

โจทย์มักวัดการแยกสถานะการกระทำและเงื่อนไขการไล่เบี้ย

ข้อที่ 21: พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มุ่งกำหนดเรื่องใด

  • ก. อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ข. ค่าธรรมเนียมศาล
  • ค. มาตรฐานทางจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ
  • ง. การเลือกตั้งทั่วไป
คำตอบ: ค. มาตรฐานทางจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ

กฎหมายนี้วางกรอบมาตรฐานจริยธรรมที่หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องใช้เป็นหลัก

ข้อที่ 22: ข้อใดสะท้อนการกล้าตัดสินใจและทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม

  • ก. ปิดบังข้อผิดพลาดของตน
  • ข. ทำตามคำสั่งที่ผิดกฎหมายโดยไม่ทักท้วง
  • ค. ยืนยันความถูกต้องแม้มีแรงกดดันให้เอื้อประโยชน์มิชอบ
  • ง. เลือกปฏิบัติเพื่อคนรู้จัก
คำตอบ: ค. ยืนยันความถูกต้องแม้มีแรงกดดันให้เอื้อประโยชน์มิชอบ

เจ้าหน้าที่ต้องยืนหยัดในความถูกต้องและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ

ข้อที่ 23: ข้อใดเป็นตัวอย่างของการมีจิตบริการ

  • ก. ทำให้ประชาชนรอนานโดยไม่จำเป็น
  • ข. ไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับขั้นตอน
  • ค. โยนเรื่องไปมาโดยไม่ช่วยเหลือ
  • ง. ให้คำแนะนำประชาชนด้วยความสุภาพและเต็มความสามารถ
คำตอบ: ง. ให้คำแนะนำประชาชนด้วยความสุภาพและเต็มความสามารถ

จิตบริการทำให้รัฐตอบสนองประชาชนอย่างเหมาะสม

ข้อที่ 24: องค์กรกลางบริหารงานบุคคลมีบทบาทเกี่ยวกับมาตรฐานจริยธรรมอย่างไร

  • ก. ออกคำพิพากษาทางอาญา
  • ข. จัดการเลือกตั้ง
  • ค. จัดทำหรือกำกับประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ในความรับผิดชอบ
  • ง. อนุมัติงบประมาณท้องถิ่นทุกแห่ง
คำตอบ: ค. จัดทำหรือกำกับประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ในความรับผิดชอบ

กฎหมายกำหนดกลไกให้หน่วยงานที่รับผิดชอบบุคลากรจัดทำประมวลจริยธรรม

ข้อที่ 25: การรักษาความลับราชการควรทำควบคู่กับหลักใด

  • ก. เปิดเผยข้อมูลที่ควรเปิดเผยตามกฎหมายและคุ้มครองข้อมูลที่ต้องรักษา
  • ข. เผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่จำเป็น
  • ค. ให้ข้อมูลเฉพาะคนสนิท
  • ง. ปิดบังทุกเรื่องเสมอ
คำตอบ: ก. เปิดเผยข้อมูลที่ควรเปิดเผยตามกฎหมายและคุ้มครองข้อมูลที่ต้องรักษา

เจ้าหน้าที่ต้องสมดุลระหว่างความโปร่งใสกับการคุ้มครองข้อมูลที่มีกฎหมายกำหนด

ข้อที่ 26: การไม่เลือกปฏิบัติมีความหมายอย่างไร

  • ก. ปฏิบัติต่อประชาชนตามหลักเกณฑ์เดียวกันโดยไม่ลำเอียง
  • ข. ให้สิทธิพิเศษแก่คนรู้จัก
  • ค. ให้บริการตามอารมณ์
  • ง. ปฏิเสธคนที่เห็นต่าง
คำตอบ: ก. ปฏิบัติต่อประชาชนตามหลักเกณฑ์เดียวกันโดยไม่ลำเอียง

ความเสมอภาคเป็นพื้นฐานของบริการสาธารณะ

ข้อที่ 27: ข้อใดเป็นผลดีของการมีมาตรฐานจริยธรรมร่วมกัน

  • ก. ทำให้ตรวจสอบไม่ได้
  • ข. ทำให้เจ้าหน้าที่มีแนวทางปฏิบัติที่ประชาชนเชื่อถือได้
  • ค. ทำให้เลือกปฏิบัติได้ง่ายขึ้น
  • ง. ทำให้ไม่มีความรับผิดชอบ
คำตอบ: ข. ทำให้เจ้าหน้าที่มีแนวทางปฏิบัติที่ประชาชนเชื่อถือได้

มาตรฐานร่วมช่วยสร้างวัฒนธรรมสุจริต โปร่งใส และรับผิดชอบ

ข้อที่ 28: ข้อใดเป็นราชการส่วนภูมิภาค

  • ก. เทศบาลและอบต.
  • ข. จังหวัดและอำเภอ
  • ค. รัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชน
  • ง. กระทรวงและกรม
คำตอบ: ข. จังหวัดและอำเภอ

ราชการส่วนภูมิภาคตามหลักทั่วไปคือจังหวัดและอำเภอ

ข้อที่ 29: ข้อใดสะท้อนหลักการลดขั้นตอนการปฏิบัติงานของราชการ

  • ก. ปรับกระบวนงานให้ประชาชนได้รับบริการเร็วขึ้น
  • ข. ให้ประชาชนยื่นเอกสารซ้ำทุกหน่วยงาน
  • ค. เลื่อนการให้บริการจนกว่าจะมีคำสั่งเฉพาะราย
  • ง. เพิ่มลำดับการลงนามทุกกรณี
คำตอบ: ก. ปรับกระบวนงานให้ประชาชนได้รับบริการเร็วขึ้น

หลักลดขั้นตอนมุ่งให้การบริการประชาชนรวดเร็วและไม่สร้างภาระเกินจำเป็น

ข้อที่ 30: ข้อใดเหมาะกับหลักการมอบอำนาจในการบริหารราชการ

  • ก. มอบอำนาจโดยไม่ต้องมีขอบเขต
  • ข. มอบอำนาจเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดทุกกรณี
  • ค. มอบอำนาจเพื่อหยุดให้บริการประชาชน
  • ง. มอบอำนาจเพื่อให้การปฏิบัติราชการรวดเร็วและคล่องตัว
คำตอบ: ง. มอบอำนาจเพื่อให้การปฏิบัติราชการรวดเร็วและคล่องตัว

การมอบอำนาจเป็นเครื่องมือกระจายภาระงาน แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและความรับผิดที่เหมาะสม

ข้อที่ 31: ข้อใดเป็นตัวอย่างการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

  • ก. เรียกสำเนาเอกสารที่รัฐมีอยู่แล้วซ้ำเสมอ
  • ข. กำหนดช่องทางติดต่อเพียงช่องทางเดียวโดยไม่ประกาศ
  • ค. ไม่แจ้งระยะเวลาดำเนินการ
  • ง. ลดเอกสารซ้ำซ้อนและแจ้งขั้นตอนบริการให้ชัดเจน
คำตอบ: ง. ลดเอกสารซ้ำซ้อนและแจ้งขั้นตอนบริการให้ชัดเจน

การอำนวยความสะดวกต้องลดภาระประชาชนและทำให้ขั้นตอนเข้าใจง่าย

ข้อที่ 32: การบูรณาการงานระหว่างส่วนราชการมีประโยชน์อย่างไร

  • ก. ลดความซ้ำซ้อนและทำให้บริการประชาชนต่อเนื่องขึ้น
  • ข. ยกเลิกแผนงานทุกระดับ
  • ค. เพิ่มการทำงานแยกส่วน
  • ง. ทำให้หน่วยงานไม่ต้องรับผิดชอบงาน
คำตอบ: ก. ลดความซ้ำซ้อนและทำให้บริการประชาชนต่อเนื่องขึ้น

งานรัฐจำนวนมากเกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน การบูรณาการช่วยลดช่องว่างและความซ้ำซ้อน

ข้อที่ 33: ข้อใดสะท้อนความรับผิดชอบของหน่วยงานราชการต่อผลการดำเนินงาน

  • ก. ไม่มีการวัดผลเพื่อลดภาระ
  • ข. ประเมินเฉพาะจำนวนเอกสาร
  • ค. กำหนดตัวชี้วัดและติดตามผลการให้บริการ
  • ง. ปิดข้อมูลผลการดำเนินงานทั้งหมด
คำตอบ: ค. กำหนดตัวชี้วัดและติดตามผลการให้บริการ

ผลสัมฤทธิ์ต้องอาศัยตัวชี้วัดและการติดตามที่สมเหตุสมผล

ข้อที่ 34: คำสั่งทางปกครองโดยทั่วไปหมายถึงข้อใด

  • ก. สัญญาซื้อขายระหว่างเอกชน
  • ข. การใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีผลเฉพาะราย
  • ค. คำพิพากษาของศาล
  • ง. กฎหมายทั่วไปที่ใช้กับทุกคน
คำตอบ: ข. การใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีผลเฉพาะราย

คำสั่งทางปกครองเป็นการใช้อำนาจฝ่ายปกครองที่กระทบสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลเฉพาะราย

ข้อที่ 35: การให้เหตุผลในคำสั่งทางปกครองมีประโยชน์อย่างไร

  • ก. ใช้แทนข้อเท็จจริงทั้งหมด
  • ข. ทำให้คำสั่งใช้บังคับไม่ได้
  • ค. ทำให้ผู้รับคำสั่งเข้าใจและตรวจสอบการใช้ดุลพินิจได้
  • ง. ทำให้ไม่ต้องแจ้งสิทธิอุทธรณ์
คำตอบ: ค. ทำให้ผู้รับคำสั่งเข้าใจและตรวจสอบการใช้ดุลพินิจได้

เหตุผลช่วยอธิบายข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และดุลพินิจที่ใช้

ข้อที่ 36: การแจ้งสิทธิอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่งมีความสำคัญอย่างไร

  • ก. ทำให้เจ้าหน้าที่หมดอำนาจ
  • ข. ทำให้คำสั่งเป็นโมฆะทุกกรณี
  • ค. ช่วยให้คู่กรณีรู้ช่องทางคุ้มครองสิทธิของตน
  • ง. ใช้แทนการพิจารณาข้อเท็จจริง
คำตอบ: ค. ช่วยให้คู่กรณีรู้ช่องทางคุ้มครองสิทธิของตน

ผู้ได้รับผลกระทบควรรู้ช่องทางและระยะเวลาที่ใช้คุ้มครองสิทธิ

ข้อที่ 37: ถ้าคำสั่งทางปกครองมีข้อผิดพลาดเล็กน้อยด้านการพิมพ์ เจ้าหน้าที่ควรทำอย่างไร

  • ก. ออกคำสั่งใหม่โดยไม่จำเป็นเสมอ
  • ข. ยกเลิกสิทธิของคู่กรณีทันที
  • ค. แก้ไขให้ถูกต้องโดยไม่เปลี่ยนสาระสำคัญ
  • ง. ปล่อยให้ผิดเพื่อความรวดเร็ว
คำตอบ: ค. แก้ไขให้ถูกต้องโดยไม่เปลี่ยนสาระสำคัญ

ข้อผิดพลาดทางรูปแบบบางอย่างแก้ไขได้หากไม่กระทบสาระสำคัญ

ข้อที่ 38: ข้อใดไม่สอดคล้องกับหลักวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

  • ก. รับฟังพยานหลักฐาน
  • ข. ออกคำสั่งโดยไม่ให้ผู้ถูกกระทบมีโอกาสชี้แจงทั้งที่ควรรับฟัง
  • ค. ให้เหตุผล
  • ง. แจ้งสิทธิอุทธรณ์
คำตอบ: ข. ออกคำสั่งโดยไม่ให้ผู้ถูกกระทบมีโอกาสชี้แจงทั้งที่ควรรับฟัง

การรับฟังคู่กรณีเป็นหลักประกันความเป็นธรรม เว้นแต่กฎหมายหรือเหตุจำเป็นกำหนดไว้

ข้อที่ 39: วัตถุประสงค์ของการกำหนดกระบวนการทางปกครองที่ชัดเจนคืออะไร

  • ก. ลดสิทธิของคู่กรณี
  • ข. ให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจโดยไม่จำกัด
  • ค. คุ้มครองสิทธิประชาชนและทำให้การใช้อำนาจรัฐเป็นธรรม
  • ง. ทำให้การอุทธรณ์เป็นไปไม่ได้
คำตอบ: ค. คุ้มครองสิทธิประชาชนและทำให้การใช้อำนาจรัฐเป็นธรรม

กระบวนการที่เป็นธรรมช่วยสร้างความชอบธรรมในการใช้อำนาจรัฐ

ข้อที่ 40: ถ้ากฎหมายเฉพาะกำหนดขั้นตอนพิเศษไว้ หน่วยงานควรทำอย่างไร

  • ก. ปฏิบัติตามกฎหมายเฉพาะและใช้หลักกฎหมายกลางเท่าที่ไม่ขัดกัน
  • ข. ให้ประชาชนเลือกกฎหมายเอง
  • ค. ใช้ดุลพินิจแทนทุกเรื่อง
  • ง. ละเลยกฎหมายเฉพาะทั้งหมด
คำตอบ: ก. ปฏิบัติตามกฎหมายเฉพาะและใช้หลักกฎหมายกลางเท่าที่ไม่ขัดกัน

กฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองเป็นกฎหมายกลาง จึงต้องพิจารณากฎหมายเฉพาะประกอบ